ข้อมูลสอบ V-NET

ข้อมูลการสอบ V-NET สามารถเข้าชมที่ http://www.niets.or.th/newmenu.php?bid=94

ท่านผู้เข้าสอบสามารถตรวจวันเวลาและสถานที่สอบได้ที่

http://www.niets.or.th/VNET/ExamWeb/FrmLogin.aspx?ReturnUrl=%2fvnet%2fexamweb%2fdefault.aspx

 

ชมคลิปนโยบายรมต.ศึกษาธิการ

 

http://210.246.189.120/view_video.php?viewkey=b65f4c0ccd295cc484e5

 

สอศ.ตั้งงบปี 56 รื้อใหญ่เน็ตวิทยาลัยรองรับ NedNet หนุนใช้โซเชียลมีเดีย

           ASTVผู้จัดการรายวัน - สอศ.เตรียมตั้งงบปี 56 ปรับปรุงโครงข่ายอินเทอร์เน็ตในวิทยาลัยครั้งใหญ่ให้รองรับ NedNet พร้อมทำระบบ Wifi  ส่งเสริม นศ.ใช้โซเชียลมีเดีย

          นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาชีวศึกษา(เลขาธิการ  กอศ.) เปิดเผยว่าสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) เตรียมปรับปรุงโครงข่ายอินเทอร์เน็ตในวิทยาลัย 415 แห่งครั้งใหญ่เพื่อให้เป็นโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงทุกวิทยาลัยโดยโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่เรียกว่า NedNet ของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) ได้วางสายผ่านหน้าวิทยาลัยอาชีวศึกษาครบทุกแห่งแล้ว แต่วิทยาลัยกลับขาดความพร้อมในการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงปัญหาสำคัญก็คืออุปกรณ์เราเตอร์(router) และอุปกรณ์กระจายสัญญาณที่มีในวิทยาลัยส่วนใหญ่ไม่รองรับกับสัญญาณของอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ดังนั้น สอศ.จึงได้เตรียมงบประมาณ 2556 สำหรับปรับปรุงอุปกรณ์เหล่านี้ เพื่อให้โครงข่ายอินเทอร์เน็ตในวิทยาลัยเป็นโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงพร้อมจัดระบบ Wifi ด้วย

          "สอศ.มีนโยบายให้นักเรียนอาชีวะใช้โซเชียลมีเดียเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ ซึ่งถ้ารู้จักใช้ให้เป็นก็จะเป็นประโยชน์อย่างมาก เช่น อาจอาศัย Facebook รวมกลุ่มเป็นเครือข่าย ครูช่าง นักเรียนช่าง มีการแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์กันหรือนักเรียนอาจจะเปิดบล็อกโชว์ผลงานของตนเองหรือเยี่ยมชมบล็อกของคนอื่นๆ เพื่อให้ได้ประสบการณ์เทคนิคใหม่ๆ" นายชัยพฤกษ์กล่าว

 

ที่มา : http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=26668&Key=hotnews

 

รายงานสรุปผลสอบ PRE V-NET

 กดตรงนี้คะ

 

ครู คือ ปูชนียบุคคล

ครู คือ ปูชนียบุคคล อย่าสอนแต่ผู้อื่น...โดยลืมสอนตนเอง

ดร.สุรชัย พรหมพันธุ์
          ครู...เป็นฐานของการให้ความรู้และการศึกษาสถานะความเป็นครูไม่สามารถไล่เรียงลำดับได้ว่าเกิดขึ้นในสมัยใด แต่วิถีของความเป็นครูที่ฝังในมโนจิตสำนึก มาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ ต่างเห็นพ้องกันว่า ครู คือ ผู้ให้คำว่าผู้ให้...ถือเป็นความใหญ่ยิ่งในโลก ผู้ให้นั้นย่อมเป็นที่รัก อยู่เสมอ
          แต่การให้ของครูนั้น เน้นย้ำต่อวิชาความรู้ที่เต็มไปด้วยสายใยแห่งความปรารถนาดีเป็นเป้าหมายหลัก ที่จะให้ศิษย์มีวิชานำไปประกอบการดำรงอยู่ของชีวิต เพื่อความมั่นคง ที่ดีในอนาคต
          วิชาในแต่ละยุคสมัยนั้นแตกต่างกันไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ สภาพแวดล้อมของสังคมในสมัยนั้นๆ เป็นปัจจัยนำพา รูปแบบการสอนสั่งจึงแตกต่างกันไปตามยุคสมัย เช่นเดียวกัน
          ในอดีตสำหรับสังคมไทยนั้น วัดเป็นเสาหลักของชุมชน ที่ถูกยึดถือว่าแหล่งที่ถ่ายทอดวิชาความรู้ โดยมีพระทำหน้าที่เป็นครูผู้ถ่ายทอด สายใยระหว่างวัดและบ้านจึงมีความ ผูกแน่นในความเชื่อมสัมพันธ์ จนสามารถยกบทบาทความ เป็นครูให้โดดเด่นและศักดิ์สิทธิ์
          เมื่อสังคมมีพัฒนาการในระบบการศึกษามากขึ้น พระที่ ทำหน้าที่เป็นครูจึงส่งไม้ต่อให้ผู้ที่ทำหน้าที่เป็นครูจริงๆ
          ครูในอดีตนั้นไม่มีวิถีที่เรียกอามิสสินจ้างกับลูกศิษย์ และบางครั้งต้องเลี้ยงข้าวปลาอาหารแก่ลูกศิษย์ด้วยซ้ำ แต่ สิ่งตอบแทนที่บรรดาครูเหล่านั้นได้รับคือ...
          ฐานะทางสังคมที่สูงกว่าคนอื่นๆ ในชุมชน เป็นที่นับหน้าถือตา และเป็นเสมือนผู้นำชุมชนคนหนึ่ง และวัฒนธรรมการนับถือครูก็สืบทอดกันมาในสังคมไทยจนถึงปัจจุบัน
          ดังนั้นมีคำกล่าวที่ว่า...โรงเรียนเป็นบ้านหลังที่สองของชีวิต จึงเป็นความจริงสำหรับอดีตมาตลอด
          สำหรับสังคมในยุคปัจจุบัน ประชากรมีจำนวนที่เพิ่มมากหลายเท่าทวีคูณ และโลกมีพัฒนาการความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ที่ทำให้การติดต่อกันระหว่างคนในสังคมนั้นสะดวกสบาย
          จึงเป็นเหตุให้ประชากรในสังคมต้องมีวิถีชีวิตดิ้นรน และต้องแข่งขันกันตลอดเวลาเพื่อความอยู่รอดของชีวิต
          วิถีชีวิตของครูนั้น ก็ไม่พ้นเส้นทางการแข่งขันเพื่อการดำรงอยู่รอดของชีวิตเช่นเดียวกัน ครู...จึงกลายเป็นหนึ่งในทางเลือกของอาชีพสำหรับการทำมาหากิน
          บทบาทการเป็นผู้ให้ จึงถูกปรับเปลี่ยนเป็นบทบาทของอาชีพระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง โดยมีสินค้าที่ต้องปฏิบัติ คือ นักเรียน
          จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า...การจะหาสายใยแห่งความปรารถนาดี ด้วยวิญญาณแห่งความเป็นครู จึงหาได้อย่างยากเย็นยิ่งนัก
          ดังนั้น อาชีพเสริมของครูยุคใหม่จึงเกิดเบ่งบานให้เห็นเป็นดอกเห็ดอย่างมากมาย เพราะด้วยการเข้าสู่อาชีพครูนั้น สร้างรายได้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต จำเป็นต้องกู้เงินสร้างหนี้เพื่อการอยู่รอดของชีวิตไปวันๆ
          อาชีพขายประกัน หรือขายตรงในสินค้าต่างๆ นานา หรือเลยเถิดไปใช้ช่องทางสหกรณ์ออมทรัพย์ครูเป็นมือการค้ากำไร โดยเป็นยี่ปั้ว ซาปั้วขายสลากกินแบ่งรัฐบาลให้แก่สมาชิกที่เป็นครู
          สำหรับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนั้น ถือเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของครูโรงเรียนรัฐบาลทั่วประเทศ เป็นเสมือนแหล่งทุนใหญ่ที่ทำให้ครูซึ่งมีเงินเดือนน้อยหายใจคล่องขึ้นมาบ้าง
          ดังนั้น...เมื่อคุณภาพชีวิตความเป็นครูของตนเองถูกเบียดบังไปด้วยความไม่พอของรายได้ จึงมีคำถามว่า แล้วจะพัฒนาความเป็นผู้มีคุณภาพในวิชาชีพได้อย่างไร
          ต้องถือเป็นวาระของรัฐบาลและโดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการที่ต้องตอกย้ำต่ออาชีพครู มากกว่าที่ต้องมานั่งทะเลาะกันเรื่องหวงงาน หรือผลประโยชน์ในงานที่ใครจะได้รับมากกว่ากันและเมื่ออ่านเรื่องที่คุรุสภายื่นข้อเสนอต่อนายกฯ กำหนดให้ปี 2555 การศึกษาเป็นวาระแห่งชาติ พร้อมผลักดัน 6 ยุทธศาสตร์สำคัญได้แก่ 1. ส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา 2. เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับบุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสถาบันสังคมอื่นในการจัดการศึกษา
          3. ผลักดันให้นักการศึกษามีบทบาทในการบริหารกระทรวงศึกษาธิการ
          4. พัฒนาการบริหารจัดการหน่วยงานทางการศึกษาสู่มาตรฐานสากล
          5. บังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาให้มีประสิทธิภาพ
          6. มุ่งนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาใช้เพื่อพัฒนาการศึกษา
          มีสิ่งที่น่าเป็นห่วง คือ การมุ่งเน้นให้ความสำคัญระบบงาน จะทำอย่างไรให้การศึกษาขยายตัวได้กว้างไกลไปทุกระดับ และสามารถยกสู่ความเป็นมาตรฐานสากล
          แต่วันนี้...ถ้าครูผู้สอนรายรับไม่สมดุลกับรายจ่าย ข้าราชการครูที่มีจำนวน 650,000 คน ในจำนวนนี้มีครูเป็นหนี้รวมแล้วประมาณ 10,000 ล้านบาท แล้วจะให้ระบบการศึกษาสำเร็จผลได้อย่างไร
          ก็ถือเป็นการบ้านของรัฐบาล รวมทั้งกระทรวงศึกษาธิการที่เต็มไปด้วยผู้คนที่มีอาชีพเป็นครู ซึ่งท่านจำเป็นต้องหาทางออกคุณภาพชีวิตของตนเองให้เจอเสียก่อน ปลดทิฐิในความเห็น และเคยชินแต่การสอนผู้อื่น โดยลืมสอนตนเอง
          แล้วเชื่อว่าต่อนี้ไป..คุณภาพชีวิตของผู้อื่น จะได้รับแม่แบบที่มีคุณภาพจริงๆ จากการเป็นปูชนียบุคคล(ที่ไม่ใช่ปูหรือชนีอย่างที่พระท่านเปรียบเปรย) อย่างแน่นอน
          เมื่อคุณภาพชีวิตความเป็นครูของตนเองถูกเบียดบังไปด้วยความไม่พอของรายได้  จึงมีคำถามว่า แล้วจะพัฒนาความเป็นผู้มีคุณภาพในวิชาชีพได้อย่างไร

 

 ที่มา: http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=26624&Key=hotnews

 

จัดตั้งสถาบันการอาชีวศึกษา 19 แห่ง

ครม.ไฟเขียวตั้ง 19 สถาบันการอาชีวศึกษา

          วานนี้(16ม.ค.)นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี(ครม.)ได้มีมติเห็นชอบในหลักการร่างกฎกระทรวงการรวมสถานศึกษาอาชีวศึกษาเพื่อจัดตั้งสถาบันการอาชีวศึกษา ตามที่ ศธ.เสนอ โดยรวมสถานอาชีวศึกษา จำนวน 161 แห่ง เพื่อจัดตั้งเป็นสถาบันการอาชีวศึกษา แบบกลุ่มจังหวัด 19 แห่ง เน้นการจัดการอาชีวศึกษาให้สอดคล้องกับตลาดแรงงานทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ และขีดความสามารถด้านทรัพยากรบุคคล เพื่อรองรับการเคลื่อนย้ายแรงงานเสรี เมื่อประเทศไทยเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน ในปี 2558

          ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) กล่าวว่า สถาบันการอาชีวศึกษาที่จัดตั้งขึ้นจะมีสถานภาพเป็นสถาบันอุดมศึกษาด้านวิชาชีพและเทคโนโลยี เน้นจัดการเรียนการสอนหลักสูตรปริญญาตรีสายปฏิบัติการ หรือสายเทคโนโลยี ทำให้ผู้สำเร็จอาชีวศึกษาในหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)มีเส้นทางศึกษาต่อเนื่องในสายวชาชีพ ใช้เวลาเรียนต่อระดับปริญญาตรีจบได้ในเวลา 2 ปี ต่างจากปัจจุบันที่ต้องไปเทียบระดับและใช้เวลาเรียนถึง 2 ปีครึ่ง ลดรายจ่ายของครอบครัว เด็กได้เรียนปริญญาตรีใกล้บ้าน ได้กำลังคนที่สอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่ และลดการเคลื่อนย้ายแรงงานระหว่างพื้นที่

          “ เรื่องเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการหลังจากนี้ คือ การเตรียมการระเบียบหลักสูตร โครงสร้างพื้นฐานรองรับ อาทิ การคัดเลือกคณะกรรมการบริหารสถาบันฯ คัดเลือกสถานที่ที่เป็นที่ตั้งสถาบันฯ หรือที่ทำการสำนักงานสถาบันในรูปแบบกลุ่มจังหวัด 18 แห่ง และที่กรุงเทพฯอีก 1 แห่ง รวม 19 แห่ง เพื่อสนับสนุนการผลิตและพัฒนากำลังคนที่สอดคล้องกับศักยภาพพื้นที่  เตรียมการด้านบุคลากร โดยไม่ให้บุคลากรและนักศึกษาที่เรียนอยู่เดิมเสียสิทธิ์  เตรียมสถานที่ เครื่องมือ อุปกรณ์ระบบการเรียนการสอน และพัฒนาหลักสูตรใหม่ที่จะเปิดสอน ซึ่งหลักสูตรจะมีความแตกต่างจากมหาวิทยาลัยอื่นๆ คือ มุ่งผลิตบัณฑิตในหลักสูตรเทคโนโลยีสายปฏิบัตการ และเพิ่มขีดความสามารถในการเป็นผู้ประกอบการ ทั้งนี้ รมว.ศึกษาธิการ จะถือโอกาสนี้ในการปรับภาพลักษณ์ใหม่ของอาชีวศึกษา ทั้งหลักสูตร ตราสัญลักษณ์  เครื่องแต่งกาย โดยระหว่างนี้จะตั้งสำนักงานชั่วคราว 19 สถาบัน ที่สำนักงานของ สอศ.ถนนรามอินทรา ” เลขาธิการ กอศ.กล่าว.

ที่มา: http://www.moe.go.th/moe/th/news/detail.php?NewsID=26542&Key=hotnews

 

การขับเคลื่อนวิชาการอาชีวศึกษาสู่อาเซียน

การขับเคลื่อนวิชาการอาชีวศึกษาสู่อาเซียน

โดย

ดร.อกนิษฐ์  คลังแสง

รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

คลิกอ่านได้ที่นี่คะ

 

โครงการ "English Speaking Year 2012"

กระทรวงศึกษาธิการ เตรียมดำเนินการโครงการ "English Speaking Year 2012" โดยวางแผนให้ ๑ วันใน ๑

ทั้งครูและนักเรียนนักศึกษาสื่อสารโดยใช้ภาษาอังกฤษผ่านกิจกรรมต่างๆ เพื่อเป็นการเตรียมตัวเข้าสู่ประชาคม

อาเซียนในปี ๒๕๕๘ รายละเอียดคลิกอ่านได้ที่นี่คะ

 

ทีมา : http://www.moe.go.th/websm/2011/dec/335.html

 
English French German Italian Portuguese Russian Spanish
ปฏิทิน
มกราคม 2012
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31 1 2 3 4
เวลา

Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

อากาศวันนี้

สถิติผู้ใช้งาน
007074
วันนี้วันนี้1
วันก่อนวันก่อน26
สัปดาห์นี้สัปดาห์นี้221
เดือนนี้เดือนนี้887
ทุกวันทุกวัน7074
ราคาน้ำมันวันนี้

เว็บลิ้ง
  • Photo Title 1
  • Photo Title 2
  • Photo Title 3
  • Photo Title 4
  • Photo Title 5
การเข้าชม

E-LEARNING

ข่าววันนี้

ข่าวการศึกษา

ข่าวบอกเล่า